ขายของออนไลน์หรือทำ SME แล้วรู้สึกว่ายอดขายกระจัดกระจาย ดูไม่เป็นระบบ? จะทำ Dashboard เองก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ใช้เวลาตั้งนาน สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้
เทมเพลต Sales Dashboard ตัวนี้ช่วยได้ครับ --บันทึกยอดขาย ดูแนวโน้ม เทียบเป้าหมาย ครบจบในไฟล์เดียว เจ้าของกิจการ ผู้จัดการฝ่ายขาย หรือพนักงานขายก็ใช้ได้หมดครับ
เทมเพลตนี้มีอะไรบ้าง?
- ระบบบันทึกยอดขายรายวันที่ใช้งานง่าย พร้อม Dropdown เลือกสินค้าและพนักงานขาย
- Dashboard วิเคราะห์ยอดขายรายเดือนแบบเห็นภาพรวม พร้อมกราฟแนวโน้ม
- ระบบเปรียบเทียบยอดขายจริงกับเป้าหมาย พร้อม Conditional Formatting อัตโนมัติ
- สูตรคำนวณอัตโนมัติ SUMIF, SUMIFS, VLOOKUP, SUBTOTAL และ Pivot Table
- Charts สำหรับสร้างรายงานนำเสนอผู้บริหารได้ทันที
ดาวน์โหลดเทมเพลตนี้ฟรี
กดใช้ได้ครับ มีสูตร + ข้อมูลตัวอย่าง + Dashboard พร้อมใช้งาน
ตัวอย่าง Dashboard

Dashboard วิเคราะห์ยอดขาย พร้อมกราฟเทียบเป้าหมายรายเดือน
เนื้อหาในบทความ
ดาวน์โหลดเทมเพลต Sales Dashboard
กดปุ่มด้านล่างนะ เลือก Sales Dashboard แล้ว Copy ไปใน Google Drive ได้เลย
เทมเพลตแดชบอร์ดวิเคราะห์ยอดขาย
พร้อมระบบบันทึกยอดขาย กราฟแนวโน้ม เปรียบเทียบเป้าหมาย และรายงานสำเร็จรูป
Copy เสร็จแล้วทำตามขั้นตอนนี้นะ ปรับให้เหมาะกับธุรกิจของเรา
ขั้นตอนที่ 1: ตั้งค่าข้อมูลสินค้าและทีมขาย
ก่อนเริ่มบันทึกยอดขาย มาตั้งค่าข้อมูลพื้นฐานก่อนนะ ใส่รายการสินค้า ราคาขาย และรายชื่อทีมขาย ข้อมูลพวกนี้จะเป็นฐานสำหรับ Dropdown และการคำนวณใน Dashboard
ตั้งค่ารายการสินค้า/บริการ
ข้อมูลที่ต้องกรอก
- รหัสสินค้า (SKU)
- ชื่อสินค้าหรือบริการ
- หมวดหมู่สินค้า
- ราคาขายต่อหน่วย
- ต้นทุนต่อหน่วย (ถ้ามี)
วิธีเพิ่มสินค้า
- เปิดชีต "ตั้งค่าสินค้า"
- กรอกข้อมูลสินค้าทีละรายการ
- Dropdown ในชีตบันทึกยอดขายจะอัปเดตอัตโนมัติ
- ราคาขายจะถูกดึงไปคำนวณผ่าน VLOOKUP
ตั้งค่าทีมขายและช่องทาง
ข้อมูลพนักงานขาย
- ชื่อ-นามสกุล
- รหัสพนักงาน
- ทีม / แผนก
- พื้นที่รับผิดชอบ
หมวดหมู่สินค้า
- สินค้าหลัก
- สินค้าเสริม
- บริการ
- โปรโมชั่น
ช่องทางการขาย
- หน้าร้าน
- ออนไลน์
- ตัวแทนจำหน่าย
- อื่นๆ
คำแนะนำ
ตั้งค่ารหัสสินค้า (SKU) ให้เป็นระบบตั้งแต่แรก เช่น ใช้ตัวอักษรนำหน้าตามหมวดหมู่ (PD-001 สำหรับสินค้า, SV-001 สำหรับบริการ) เพราะ VLOOKUP จะใช้รหัสนี้ในการดึงข้อมูลราคาอัตโนมัติ ถ้ารหัสซ้ำกันจะทำให้สูตรทำงานผิดพลาด
ขั้นตอนที่ 2: บันทึกยอดขายรายวัน
ชีตบันทึกยอดขายคือหัวใจหลักของเทมเพลต ทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือบริการ ให้บันทึกข้อมูลลงในชีตนี้ ยิ่งข้อมูลครบถ้วนมากเท่าไหร่ Dashboard ก็จะยิ่งแม่นยำมากเท่านั้น
คอลัมน์ในชีตบันทึกยอดขาย
| คอลัมน์ | คำอธิบาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| วันที่ | วันที่ปิดการขาย | 07/09/2024 |
| รหัสสินค้า | เลือกจาก Dropdown ตามรายการสินค้าที่ตั้งค่าไว้ | PD-001 |
| ชื่อสินค้า | ดึงอัตโนมัติจาก VLOOKUP ตามรหัสสินค้า | แพ็กเกจ Pro |
| จำนวน | จำนวนหน่วยที่ขายได้ | 3 |
| ราคาต่อหน่วย | ดึงอัตโนมัติจาก VLOOKUP หรือแก้ไขได้กรณีมีส่วนลด | 1,990 |
| ยอดขาย | คำนวณอัตโนมัติ (จำนวน x ราคาต่อหน่วย) | 5,970 |
| พนักงานขาย | เลือกจาก Dropdown ตามรายชื่อทีมขาย | สมชาย |
| ช่องทาง | เลือกช่องทางการขายจาก Dropdown | หน้าร้าน |
| ชื่อลูกค้า | ชื่อลูกค้าหรือบริษัท (ถ้ามี) | บริษัท ABC จำกัด |
วิธีบันทึกยอดขาย
เปิดชีตบันทึกยอดขาย
คลิกที่แท็บ "บันทึกยอดขาย" ที่ด้านล่างของหน้าจอ
ใส่วันที่และเลือกสินค้า
พิมพ์วันที่ในรูปแบบ วว/ดด/ปปปป แล้วเลือกรหัสสินค้าจาก Dropdown ชื่อสินค้าและราคาจะถูกดึงมาอัตโนมัติ
ใส่จำนวนที่ขายได้
พิมพ์จำนวนสินค้าที่ขายได้ ยอดขายรวมจะคำนวณอัตโนมัติจากสูตร จำนวน x ราคาต่อหน่วย
เลือกพนักงานขายและช่องทาง
เลือกชื่อพนักงานขายและช่องทางการขายจาก Dropdown ที่เตรียมไว้ กรอกชื่อลูกค้าเพื่อเก็บข้อมูลอ้างอิง Dashboard จะอัปเดตอัตโนมัติ
เคล็ดลับ
บันทึกยอดขายทันทีหลังปิดการขายได้ หรืออย่างน้อยสรุปข้อมูลทุกวันก่อนเลิกงาน การบันทึกทันทีจะช่วยให้ข้อมูลแม่นยำและไม่ตกหล่นรายการสำคัญ ถ้ามีพนักงานขายหลายคน ควรให้แต่ละคนบันทึกยอดขายของตัวเองทุกวัน
ขั้นตอนที่ 3: ตั้งเป้าหมายยอดขาย
การตั้งเป้าหมายคือกุญแจสำคัญในการวัดผลสำเร็จ เทมเพลตมีชีตตั้งค่าเป้าหมายที่เราสามารถ กำหนดเป้ายอดขายรายเดือนของแต่ละสินค้า แต่ละพนักงาน หรือแต่ละทีมได้ตามต้องการ
เป้าหมายตามสินค้า
- กำหนดเป้ายอดขายแต่ละสินค้าต่อเดือน
- แยกเป้าตามหมวดหมู่สินค้า
- ปรับเป้าตามฤดูกาล (เช่น เทศกาลขายดี)
- Dashboard แสดง % ความสำเร็จอัตโนมัติ
เป้าหมายตามทีมขาย
- กำหนดเป้ายอดขายรายบุคคลต่อเดือน
- แยกเป้าตามทีมหรือแผนก
- เปรียบเทียบผลงานระหว่างพนักงาน
- Conditional Formatting แสดงสถานะอัตโนมัติ
วิธีตั้งเป้าหมาย
เปิดชีตเป้าหมาย
คลิกที่แท็บ "เป้าหมาย" ที่ด้านล่างของหน้าจอ
กรอกเป้ายอดขายรายเดือน
ใส่ตัวเลขเป้าหมายยอดขายของแต่ละสินค้าหรือพนักงานในแต่ละเดือน
ตรวจสอบ Dashboard
Dashboard จะคำนวณ % ความสำเร็จอัตโนมัติ พร้อมแสดงสีเขียวเมื่อถึงเป้า สีเหลืองเมื่อใกล้เป้า และสีแดงเมื่อต่ำกว่าเป้า
คำแนะนำ
ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่เป็นไปได้จริง ใช้ข้อมูลยอดขายย้อนหลัง 3 เดือนเป็นฐาน แล้วเพิ่มขึ้น 10-15% เป็นเป้าหมาย ถ้าตั้งสูงเกินไปทีมจะหมดกำลังใจ ถ้าตั้งต่ำเกินไปก็จะไม่มีแรงผลักดัน ควรทบทวนและปรับเป้าทุกไตรมาส
ขั้นตอนที่ 4: อ่าน Dashboard วิเคราะห์ยอดขาย
Dashboard คือชีตที่รวบรวมข้อมูลยอดขายทั้งหมดมาสรุปเป็นภาพรวมและกราฟ ข้อมูลจะคำนวณอัตโนมัติจากชีตบันทึกยอดขาย เราไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม สามารถใช้ Dashboard นี้ในการนำเสนอผู้บริหารหรือทบทวนผลงานประจำเดือนได้ทันที
สรุปยอดขายรายเดือน
- ยอดขายรวมของเดือน / ไตรมาส / ปี
- จำนวนออเดอร์ทั้งหมด
- ค่าเฉลี่ยยอดขายต่อออเดอร์
- สินค้าขายดีอันดับต้น
- อัตราการเติบโตเทียบเดือนก่อน
วิเคราะห์ตามมิติต่างๆ
- ยอดขายแยกตามสินค้า / หมวดหมู่
- ยอดขายแยกตามพนักงาน / ทีม
- ยอดขายแยกตามช่องทาง
- แนวโน้มยอดขายรายสัปดาห์
- % ความสำเร็จเทียบกับเป้าหมาย
วิธีอ่าน Dashboard
ยอดขายถึงเป้า 100% ขึ้นไป (สีเขียว)
แสดงว่ายอดขายจริงเท่ากับหรือมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ถือว่าดีเยี่ยม ลองวิเคราะห์ว่าอะไรเป็นปัจจัยสำเร็จเพื่อนำไปใช้กับสินค้าหรือทีมอื่น
ยอดขายใกล้เป้า 70-99% (สีเหลือง)
แสดงว่าใกล้ถึงเป้าแล้วแต่ยังไม่ถึง ควรเพิ่มความพยายามอีกเล็กน้อย ตรวจสอบว่ามีโอกาสปิดดีลเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของเดือนหรือไม่
ยอดขายต่ำกว่าเป้า ต่ำกว่า 70% (สีแดง)
แสดงว่ายอดขายต่ำกว่าเป้าหมายอย่างมาก ต้องวิเคราะห์สาเหตุทันที อาจเป็นเพราะเป้าสูงเกินไป สินค้าไม่ตอบโจทย์ตลาด หรือทีมขายต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม
กราฟที่มีในเทมเพลต
กราฟแนวโน้มยอดขาย (Line Chart)
แสดงยอดขายรายวันหรือรายสัปดาห์ ช่วยเห็นแนวโน้มว่ายอดขายกำลังขึ้นหรือลง
กราฟสัดส่วนตามสินค้า (Pie Chart)
แสดงสัดส่วนยอดขายของแต่ละสินค้า ช่วยเห็นว่าสินค้าไหนเป็นตัวทำเงินหลัก
กราฟเปรียบเทียบเป้าหมาย (Bar Chart)
เปรียบเทียบยอดขายจริงกับเป้าหมายของแต่ละสินค้าหรือพนักงานในกราฟเดียว
กราฟอันดับพนักงานขาย (Bar Chart)
แสดงอันดับยอดขายของพนักงานแต่ละคน ช่วยกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันที่ดี
สูตรที่ใช้ในเทมเพลต
แค่นี้เองเหรอ? ใช่ครับ -- สูตรที่ใช้เป็นสูตรพื้นฐานของ Google Sheets แต่พอเอามาทำงานด้วยกัน ก็สร้าง Dashboard วิเคราะห์ยอดขายได้ทั้งระบบ
SUMIF - รวมยอดขายตามเงื่อนไขเดียว
หน้าที่: รวมยอดขายเฉพาะรายการที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด ใช้สำหรับคำนวณยอดขายรวมของพนักงานแต่ละคน หรือสินค้าแต่ละชนิด
ตัวอย่าง: สูตรข้างบนจะรวมเฉพาะยอดขาย (คอลัมน์ F) ที่พนักงานขาย (คอลัมน์ G) เป็น "สมชาย" เท่านั้น
SUMIFS - รวมยอดขายตามหลายเงื่อนไข
หน้าที่: รวมยอดขายที่ตรงกับหลายเงื่อนไขพร้อมกันใช้สำหรับวิเคราะห์ยอดขายที่ต้องกรองหลายมิติ เช่น ยอดขายของพนักงานคนหนึ่งในช่วงเดือนที่กำหนด
ตัวอย่าง: สูตรข้างบนจะรวมยอดขายเฉพาะของ "สมชาย" ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2024 เป็นต้นไป
VLOOKUP - ดึงข้อมูลสินค้าและราคาอัตโนมัติ
หน้าที่: ค้นหารหัสสินค้าจากชีตตั้งค่าสินค้า แล้วดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาแสดง เช่น ชื่อสินค้า ราคา หรือหมวดหมู่ ช่วยลดการพิมพ์ซ้ำและป้องกันการใส่ราคาผิด
ตัวอย่าง: เมื่อเลือกสินค้า "แพ็กเกจ Pro" สูตรจะดึงราคา 1,990 บาทจากชีตตั้งค่าสินค้ามาใส่ให้อัตโนมัติ
SUBTOTAL - สรุปยอดรวมที่กรองข้อมูลได้
หน้าที่: คำนวณยอดรวมเฉพาะแถวที่มองเห็น (ไม่รวมแถวที่ถูกกรองออก) เหมาะสำหรับสรุปข้อมูลเมื่อใช้ Filter ดูเฉพาะบางเดือนหรือบางสินค้า
ตัวอย่าง: เลข 9 หมายถึงฟังก์ชัน SUM ถ้าเรากรองข้อมูลเฉพาะเดือนกันยายน ยอดรวมจะแสดงเฉพาะเดือนนั้น ต่างจาก SUM ปกติที่รวมทุกแถวเสมอ
Pivot Table - วิเคราะห์ข้อมูลหลายมิติ
หน้าที่: สร้างตารางสรุปข้อมูลยอดขายจากหลายมุมมอง เช่น ยอดขายแยกตามสินค้ารายเดือน ยอดขายแยกตามพนักงานรายสัปดาห์ หรือยอดขายแยกตามช่องทางรายไตรมาส
Pivot Table ช่วยให้เห็นมุมมองข้อมูลที่หลากหลายโดยไม่ต้องเขียนสูตรเพิ่ม เพียงลากคอลัมน์มาวางในตำแหน่งที่ต้องการ
Charts - กราฟแสดงแนวโน้มยอดขาย
หน้าที่: แปลงข้อมูลตัวเลขเป็นภาพกราฟที่อ่านง่าย ช่วยให้มองเห็นแนวโน้ม เปรียบเทียบข้อมูล และนำเสนอต่อผู้บริหารได้อย่างมืออาชีพ
กราฟในเทมเพลตจะเชื่อมกับข้อมูลอัตโนมัติ เมื่อบันทึกยอดขายใหม่ กราฟจะอัปเดตทันทีโดยไม่ต้องสร้างใหม่
เคล็ดลับการใช้งาน Sales Dashboard
มีเทมเพลตแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ใช้จริงก็เท่านั้น ลองทำตามเคล็ดลับนี้ดูนะ จะช่วยให้ได้ประโยชน์จาก Dashboard เต็มที่ครับ
บันทึกข้อมูลให้ครบทุกคอลัมน์
อย่าข้ามคอลัมน์ที่ดูไม่สำคัญ เช่น ช่องทางการขาย หรือชื่อลูกค้า เพราะข้อมูลเหล่านี้จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ใน Dashboard ถ้าข้อมูลไม่ครบ กราฟและรายงานจะไม่ถูกต้อง
ทบทวน Dashboard ทุกสัปดาห์
อย่ารอจนสิ้นเดือนค่อยดูสรุป ควรเปิด Dashboard ทุกวันจันทร์เพื่อทบทวนยอดขายสัปดาห์ที่ผ่านมา จะได้ปรับกลยุทธ์ได้ทันก่อนที่จะสายเกินไป
ใช้ Filter เพื่อวิเคราะห์เชิงลึก
เทมเพลตรองรับ Filter ในชีตบันทึกยอดขาย ใช้กรองข้อมูลตามสินค้า พนักงาน ช่วงวันที่ หรือช่องทาง เพื่อหาคำตอบเฉพาะเรื่องที่เราสนใจ เช่น "สินค้าไหนขายดีที่สุดในช่องทางออนไลน์"
ปรับเป้าหมายทุกไตรมาส
อย่าตั้งเป้าหมายเดิมทั้งปี ควรทบทวนและปรับเป้าหมายทุก 3 เดือนตามสถานการณ์จริง บางเดือนอาจเป็นช่วง Low Season ที่ควรลดเป้า บางเดือนเป็นช่วงเทศกาลที่ควรเพิ่มเป้า
แชร์ Dashboard กับทีมขาย
Google Sheets รองรับการแชร์ไฟล์ได้ง่าย ให้ทีมขายเข้าถึง Dashboard ได้ตลอดเวลา เพื่อให้ทุกคนเห็นผลงานรวมและกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันที่ดี ตั้งสิทธิ์ "Can view" สำหรับ Dashboard และ "Can edit" เฉพาะชีตบันทึกยอดขาย
ใช้กราฟนำเสนอต่อผู้บริหาร
เมื่อต้องรายงานผลงาน ให้ใช้กราฟจาก Dashboard แทนการนำเสนอแต่ตัวเลขในตาราง กราฟช่วยให้เข้าใจแนวโน้มและการเปรียบเทียบได้เร็วกว่า อธิบายสาเหตุของตัวเลข ไม่ใช่แค่บอกตัวเลข
Backup ข้อมูลเป็นประจำ
แม้ Google Sheets จะบันทึกอัตโนมัติบน Cloud แต่ควร Download เป็นไฟล์ Excel สำรองทุกสิ้นเดือน เผื่อเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด เช่น มีคนลบข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ
ใช้กราฟนำเสนอต่อผู้บริหาร
เมื่อต้องรายงานผลงาน ให้ใช้กราฟจาก Dashboard แทนการนำเสนอแต่ตัวเลขในตาราง กราฟช่วยให้เข้าใจแนวโน้มและการเปรียบเทียบได้เร็วกว่า อธิบายสาเหตุของตัวเลข ไม่ใช่แค่บอกตัวเลข
Backup ข้อมูลเป็นประจำ
แม้ Google Sheets จะบันทึกอัตโนมัติบน Cloud แต่ควร Download เป็นไฟล์ Excel สำรองทุกสิ้นเดือน เผื่อเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด เช่น มีคนลบข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ
เคยคิดว่าต้องใช้ QUERY? ใช้แค่ SUMIF ก็ได้
หลายคนคิดว่าการสรุปยอดขายแยกตามทีมหรือสินค้าต้องใช้ QUERY ที่ syntax ยาวๆ แต่จริงๆ แล้ว SUMIF ธรรมดาก็ทำได้เหมือนกัน
QUERY syntax ยาวๆ
=QUERY(A1:D500,
"SELECT B, SUM(D)
WHERE B IS NOT NULL
GROUP BY B
ORDER BY SUM(D) DESC
LABEL SUM(D) 'ยอดขาย'")
ต้องจำ syntax คล้าย SQL ผิดนิดเดียวก็ error
SUMIF สูตรเดียวจบ
=SUMIF(B:B,"ทีม A",D:D)
อ่านง่าย เขียนง่าย ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน
ไม่ต้องจำ QUERY syntax ยาวๆ แค่ SUMIF ก็สรุปยอดขายแยกทีมได้
พร้อมดูยอดขายแบบเห็นภาพชัดแล้วใช่ไหม?
โหลดเทมเพลต Sales Dashboard ไปใช้ได้ฟรีครับ!
ลองใช้เทมเพลตนี้ดูนะ — ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก
กดใช้เทมเพลตฟรี →คำถามที่พบบ่อย
เทมเพลต Sales Dashboard เหมาะกับธุรกิจขนาดไหน?
เหมาะกับ SME และทีมขายขนาดเล็กถึงกลางครับ ใส่สินค้าและพนักงานขายได้หลายรายการ แถมปรับหมวดหมู่ ทีมขาย และเป้าหมายได้ตามใจนะ
สามารถเปรียบเทียบยอดขายกับเป้าหมายได้อย่างไร?
เทมเพลตมีชีตตั้งค่าเป้าหมายที่เราสามารถกำหนดเป้ายอดขายรายเดือนของแต่ละสินค้าหรือทีม Dashboard จะคำนวณเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จและแสดง Conditional Formatting เป็นสีเขียวเมื่อถึงเป้า สีเหลืองเมื่อใกล้เป้า และสีแดงเมื่อต่ำกว่าเป้า
เทมเพลตนี้ใช้สูตรอะไรบ้าง?
สูตรหลักที่ใช้คือ SUMIF และ SUMIFS สำหรับรวมยอดขายตามเงื่อนไข, VLOOKUP สำหรับดึงข้อมูลสินค้าและราคา, SUBTOTAL สำหรับสรุปยอดรวมที่กรองข้อมูลได้, Pivot Table สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลหลายมิติ และ Charts สำหรับแสดงกราฟแนวโน้มยอดขาย
บทความที่เกี่ยวข้อง
คู่มือเทมเพลตติดตามรายรับ-รายจ่าย
สอนใช้เทมเพลต Budget Tracker บันทึกรายรับ-รายจ่าย แยกหมวดหมู่อัตโนมัติ พร้อม Dashboard สรุปการเงิน
คู่มือเทมเพลตจัดการสต็อกสินค้า
สอนใช้เทมเพลต Inventory Tracker ติดตามสต็อกสินค้าอย่างมืออาชีพ พร้อมแจ้งเตือนสต็อกต่ำ